task_alt

โรงเรียนสุเหร่าซีรอ (ราษฎร์สามัคคี)

โรงเรียนสุเหร่าซีรอ (ราษฎร์สามัคคี)

แบบรายงานผลการดำเนินโครงการประจำงวด 1

ชื่อโครงการ โรงเรียนสุเหร่าซีรอ (ราษฎร์สามัคคี)

ชุมชน ตำบลสะพานสูง อำเภอบางกะปิ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

รหัสโครงการ ศรร.1233-117 เลขที่ข้อตกลง 58-00-2265-ก.16

ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 2 พฤษภาคม 2559 ถึง 30 เมษายน 2560

รายงานงวดที่ : 1 จากเดือน พฤษภาคม 2559 ถึงเดือน กันยายน 2559

ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินโครงการ (แสดงผลการดำเนินงานรายกิจกรรมที่แสดงผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

1. การเพาะต้นอ่อนทานตะวันครั้งท่ี 1

วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 104 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 104

กิจกรรมที่ทำ

  1. ศึกษาวิธีการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน
  2. ซื้อเมล็ดทานตะวัน ดินเพาะปลูก ตะกร้าเพาะปลูก
  3. แบ่งกลุมนักเรียนในการเพาะและการดูแลต้นอ่อน
    • เตรียมวัสดุเพาะ ได้แก่ ขุยมะพร้าวอ่อน ขี้เถ้แกลบร่อน กับดินร่วน 1ต่อ1 ผสมให้เข้ากัน
    • แช่เมล็ดทานตะวันในน้ำอุ่นทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง
    • นำวัสดุปลูกใส่ตะกร้าท่ีมีตาถี่ ๆ ประมาณ 3/4 ของภาขนะ
    • โรยเล็ดทานตะวันให้ทั่วแล้วเกลี่ยให้ทั่ว โรยขุยมะพร้าวเกลี่ยให้ทั่วอีกครั้งนำไปวางไว้ในท่ีร่ม
    • รดน้ำทุกวันเมื่อต้นทานตะวันเจริญเติโตประมาร 4-5 วันสามรถตัดผลผลิตได้
  4. นำผลผลิตท่ีได้นำส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อจำหน่ายให้แก่โครงการอาหารกลางวัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต -นักเรียนจำนวน  100  คน เข้าร่วมกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ  50
-ครูและบุคลากรจำนวน  2  คน เข้าร่วมกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ  100 -จัดทำเพาะต้นอ่อนทานตะวันจำนวน  10  ถาด

ผลลัพธ์

1.ได้ต้นอ่อนทานตะวันจำนวน 20  กิโลกรัม 2. นักเรียนได้รับประทานต้นอ่อนทานตะวันปลอดสารพิษ 3. นักเรียนแกนนำที่รับผิดชอบในการเพาะต้นอ่อนทานตะวันมีความรู้ทักษะในการเพาะต้นอ่อนทานตะวันและสามารถนำไปเพาะได้ด้วยต้นเองร้อยละ
4. นักเรียน ครู ผู้ปกครองมีความพึงพอใจร้อยละ

2. อบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหารให้กับแม่ครัว

วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 7 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 9

กิจกรรมที่ทำ

  1. ส่งรายชื่อแม่ครัวที่อบรมหลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร ฝายสิ่งแวดล้อมสุขาภิบาล สำนักงานเขตสะพานสูง
  2. แม่ครัวรายงานตัวเข้ารัการอบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหาร ของกรุงเทพมหานคร
  3. ได้รับความรู้เรื่องอาหารปนเปื้อนในอาหาร หนอนพยาธิ การจัดสถานท่ีในการประกอบอาหาร การจัดรายการอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค การเลือกซื้ผัก ผลไม้
  4. แบ่งกลุ่มย่อยทำกิจกรรมกลุ่ม
  5. ทดสอบวัดผลการเรียนรู้

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต 1. แม่ครัวเข้ารัการอบรมหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหาร ของกรุงเทพมหานคร 2. แม่ครัว.ได้รับความรู้เรื่องอาหารปนเปื้อนในอาหาร หนอนพยาธิ การจัดสถานท่ีในการประกอบอาหาร การจัดรายการอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ การควบคุมแมลงและสัตว์นำโรค การเลือกซื้ผัก ผลไม้ 3. แม่ครัวนำความรู้ท่ีได้รัจากการอบรมมาต่อยอดปรังปรุงแก้ไขโรงอาหารท่ีโรงเรียนให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหาร 4. ส่งผลให้โรงอาหารมีสถานที่ประกอบอาหาร การจัดเก็บอุปกรณ์ และภาชนะ การล้างผัก ผลไม้ สะอาดถูกต้อง ผลลัพธ์ 1. แม่ครัวได้รับความ

3. การเพาะถั่วงอก ครั้งที่1

วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 104 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 80

กิจกรรมที่ทำ

  1. เจ้าหน้าท่ีฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูง ให้ความรู้ แนะนำวิธีการเพาะถั่วงอก พร้อมสาธิต
  2. ซื้อเมล็ดถั่วเขียว ดินเพาะปลูก ตะกร้าเพาะปลูก
  3. แบ่งกลุมนักเรียนลงมือปฏิบัติจรงในการเพาะและการดูแลต้นอ่อน
    • นำถั่วเขียวล้างนำ้ให้สะอาด 2-3 ครั้ง
    • แช่ถั่วเขียวในนำ้อุ่น ทิ้วไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง
    • วางตะแกรงในถังและวางตะแกรงในล่อนทับ
    • โรยเมล็ดถั่วบนตะแกรงในล่อน
    • นำตะแกรงวาทับเมล็ดถั่วเขียวชั้นท่ี 1-3 แล้วปิดตะแกรงด้านบนอีกครั้ง
    • เครื่องเพาะจะปล่อยระบบน้ำอัตโนมัติทุก 2 ชั่วโมง
    • รอประมาณ 3 วันก็จะได้ถั่วงอกปลอดสารพิษ
  4. นำผลผลิตส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวัน
  5. ผลผลิตบางส่วนขายครู บุคคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน
  6. นำผลผลิตท่ีได้นำส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อจำหน่ายให้แก่โครงการอาหารกลางวัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

1.ได้ผลผลิตถั่วงอก 36กก./ 3 ถัง

ผลลัพธ์

  1. ได้รับความรู้การเพาะถั่วงอกจากเจ้าหน้าท่ีฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูง
  2. นักเรียนได้รับประทานอาหารที่ปราศจากสารปนเปื้อน
  3. ทำให้นักเรียนมีสุขภาพแข็ง

4. การเลี้ยงปลาดุก ครั้งที่1

วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 34 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 45

กิจกรรมที่ทำ

  1. เจ้าหน้าท่ีฝ่ายพัฒนาชุมชน สำนักงานเขตสะพานสูงให้ความรู้นักเรียนแกนนำในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินแลในวงซีเมนท์
  2. เตรียมสถานท่ี อุุปกรณ์วัสดุและอาหาร ท่ีใช้เลี้ยงปลาดุกในบ่อดินแลในวงซีเมนท์ 3.ซื้อพันธุ์เลือกพันธุ์ปลาดุกที่มีความแข็งแรงและไม่เล็กเกินไปขนาดประมาณ 2นิ้ว ปลาดุกรัสเซีย 100 ตัว ๆ ละ 3 บาทเป็นเงิน 300 บาท 4.ซื้ออาหารปลาเล็ก 2 กระสอบ ๆ ละ 480 บาท เป็นเงิน 960 บาท 5.ซื้ออาหารปลาโต 2 กระสอบ ๆ ละ 520 บาท เป็นเงิน 1040 บาท 6.ซื้อตาข่ายปิดปากบ่อ 10 เมตร ๆ ละ20 บาท เป็นเงิน 200 บาท
  3. อธิบายและสาธิตการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินแลในวงซีเมนท์
  4. ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติในการดูแลรักษาสำหรับ ปลาดุก ต้องมีระดับถ่ายเทน้ำให้น้ำใสสะอาดไม่ขุ่น เพราะถ้าน้ำขุ่นหรือน้ำสกปรกที่เกิดจากอาหารตกค้างจะทำให้ปลาดุกตาย อาการจากคุณภาพน้ำไม่ดีจะสังเกตได้จากการที่ปลาจะว่ายน้ำขึ้นลงเร็วกว่าปกติ และจะลอยตัวอยู่เหนือน้ำเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าน้ำกำลังสกปรกและควรเปลี่ยนน้ำทันทีโรงเรียนจึงแก้ปัญหานี้โดยการใช้ระบบหมุนเวียนน้ำ
  5. นักเรียนช่วยกันอภิปรายและสรุปผลการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินแลในงวซีเมนท์
  6. นำผลผลิตปลาดุกส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวันต่อไป

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต 1.นักเรียนแกนนำเข้าร่วมจำนวน 35คน 2.ครูและบุคลากรเข้าร่วมจำนวน จำนวน 5 คน 3.ภาคีเครือข่ายเข้าร่วมจำนวน  5 คน 4.มีการเลี้ยงปลาดุกจำนวน 500  ตัว

ผลลัพธ์

  1. นักเรียนแกนนำมีความรู้ทักษะในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินแลในวงซีเมนท์ 2.ชุมชนและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดเลี้ยงปลาดุก
  2. โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินแลในวงซีเมนท์ในชุมชน
  3. มีผลผลิตปลาดุกส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวัน

5. การอบรม อย. น้อย

วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 11 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 14

กิจกรรมที่ทำ

  1. ส่งรายชื่อนักเรียนแกนนำสายชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 เข้าอบรม อย. น้อย
  2. เจ้าหน้าท่ีจากสำนักงานเขตสะพานสูงฝ่ายสุขาภิบาลอาหารให้ความรู้
  3. เจ้าหน้าท่ีสาธิตครวจรปนเปื้อนในอาหาร
  4. นักเรียนแกนนำลงมือปฏิบัติจริงในการตตวจสารปนเป้ือนจากอาหาร
  5. เจ้าหน้าท่ีจากสำนักงานเขตสะพานสูงมอบเครื่องครวจรปนเปื้อนเบื้องต้นแก่ทางโรงเรียน
  6. นักเรียนแกนนำตรวจสารปนเปื้อนจากอาหารทุกเดือน พร้อมรายงานส่งเขต

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. นักเรียนแกนนำสายชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 เข้าอบรม อย. น้อยจาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสะพานสูงฝ่ายสุขาภิบาลอาหาร จำนวน 15 คน
  2. เจ้าหน้าท่ีจากสำนักงานเขตสะพานสูงฝ่ายสุขาภิบาลอาหารให้ความรู้ พร้อมสาธิตการครวจรปนเปื้อนเบื้องต้น 5ด้าน

ผลลัพธ์

  1. นักเรียนได้รัความรู้เกี่ยวกับประเภทของสารปนเปื้อนในอาหารและวิธีตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ร้อยละ 100
  2. นักเรียนแกนนำมีความรู้ทักษะและสามารถตรวจสารปนเปื้อนจากอาหารได้ร้อยละ 100
  3. นักเรียนแกนนำตรวจสารปนเปื้อนจากอาหาร ทุกเดือน พร้อมรายงานส่งเขตทุกเดือน

6. การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ครั้งที่1

วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 104 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 104

กิจกรรมที่ทำ

1.ศึกษาวิธีการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์

1.1 ครูอธิบายการปลูกพืชไร้ดินและเชิญวิทยากรที่มีความรู้ในการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์

1.2 วิทยากรอธิบายวิธีการปลูกพืชไร้ดินแบบ Hydroponics ตามขั้นตอนดังนี้

- เตรียมฟองน้ำที่ใช้โดยการผ่าแบ่งให้เหมาะสมกับรางปลูก ใช้ มีดคัตเตอร์ กรีดฟองน้ำเป็นเครื่องหมายคูณ ความลึกของรอยประมาณ 2-3 มิลลิเมตร
- ใส่เมล็ดลงไปในรอยกรีด ประมาณ 2-3 เมล็ด นำไปใส่ในกระบะเพาะ รดน้ำให้ชุ่มแต่ห้ามไม่ให้ระดับน้ำสูงเกินไปจนท่วมเมล็ดเพราะ เมล็ดจะไม่งอกและเน่าในที่สุด - นำผ้าขาวบางหรือผ้าที่ไม่หนามากนักมาคลุมที่กระบะเพาะ เพื่อเป็นการรักษาความชื้น ทิ้งไว้ 3-4 วัน แต่ต้องมีการเปิดดูทุกๆ วัน - เมื่อต้นกล้าที่เพาะไว้เริ่มจะแข็งแรงหรือมีอายุได้ประมาณ 5-7 วัน ให้เปิดผ้าออก แล้วนำต้นกล้าออกจากที่ร่มเพื่อมารับแสงแดด 2-3วัน ก็จะได้ต้นกล้าที่สามารถลงในรางปลูกได้
- ย้ายต้นกล้าลงในรางปลูก ให้ฟองน้ำ จมลงในในระดับน้ำเพียงครึ่งหนึ่งของทั้งหมดเพื่อให้รากของต้นพืชได้มีการเจริญเติมโต หาอาหารเองตามธรรมชาติ โดยมีสารละลายธาตุอาหารไหลผ่านรากตลอดเวลา - ให้ธาตุอาหารตามความเข้มข้นที่เหมาะสม ต่อความต้องการของพืชชนิดนั้น และตามที่ผลิตภัณฑ์สารอาหารนั้นกำหนด
- หมั่นดูแลรักษาทุกวัน สังเกตความต้องการสารอาหารของต้นพืชจากสีของลำต้นและสีของใบ ตามแต่ลักษณะของพืชชนิดนั้นๆ - ครูให้นักเรียนปลูกพืชไร้ดินแบบ Hydroponics
- นักเรียนดูแลรักษาพืชผักที่ปลูก
- นักเรียนเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้จากการปลูก นำส่งโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนและเสริมสร้างรายได้แก่นักเรียนและจำหน่ายไปยังตลาดนัดนักเรียน

  1. ซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หน้าระเบียงอาคาร

    • ท่อเลฟล่อน
    • ถาดเพาะผักไฮโดรโปรนิกส์
    • ถ้วยเพาะต้นกล้าผักไฮโดรโปรนิกส์
  2. ซื้อเมล็ดพันธุ์ไฮโดรโปรนิกส์

  3. แบ่งกลุ่มนักเรียนปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์และดูแลรักษาพืชผักที่ปลูก

    • การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ท่ีหน้าระเบียงอาคาร และในถาด
    • การใส่ปุ๋ย
    • การย้ายต้นกล้า
    • การให้น้ำหมุนเวียน
    • การชั่งผลผลิตจัดจำหน่ายใส่ถุงขาย

5.นำผลผลิตที่ได้ส่งสหกรณ์โรงเรียนเพิ่อจำหน่ายให้กับโครงการอาหารกลางวันและบุคลากรในโรงเรียน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต 1. นักเรียนรับผิดชอบปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ปลอดสารพิษ จำนวน 100คน ครูที่ปรึกษา 2 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชน 2 คน 2. ได้ผักไฮโดรโปรนิกส์ปลอดสารพิษในการประกอบอาหาร

ผลลัพธ์ 1. นักเรียนมีความรู้ ทักษะในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สามารถขยายผลสู่เครื่อข่ายได้ 2. นักเรียนนำผลผลิตขายผ่านสหกรณ์ต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน 3. นักเรียนนำความรู้ ประสบการณ์ท่ีได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 4. เป็นอาชีพเสริมเพ่มรายได้ให้แก่ครอบครอบ

7. ทำน้ำยาล้างจาน ครั้งที่1

วันที่ 3 มิถุนายน 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 15 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 11

กิจกรรมที่ทำ

  1. ศึกษาวิธีการทำน้ำยาล้างจาน
  2. สำรวจจราคาวัสดุในการทำน้ำยาล้างจานจากร้านค้า
  3. ซื้อเอ็น 70 เกลือ สับปะรด มะนาว มะกรูด
  4. แบ่งนักเรียนลงมือปฏิบัติจรงการทำน้ำยาล้างจานร่วมกับแม่ครัว
  5. นำผลผลิตท่ีได้ส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อจำหน่ายให้กับโตรงการอาหารกลางวันเพื่อให้แม่ครัวนำไปล้างจาน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต 1. นัเรียนที่ทำน้ำยาล้างจาน 10  คน ครูที่ปรึกษา 1 คน 2. ได้น้ำยาล้างจาน 15 ลิตร/ 1ชุด

ผลลัพธ์ 1. น้ำยาล้างจานสมุนไพรมีประสิธิภาพในการล้างจานดี 2. นักเรียนมีความรู้สามารถผลิตน้ำยาล้างจานได้ 3. โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ในการผลิตน้ำยาสมุนไพร 4. สามารถนำใปใช้ในครัวเรือน 5. สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว

8. การปลูกผักสวนครัว ครั้งที่1

วันที่ 8 มิถุนายน 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 34 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 34

กิจกรรมที่ทำ

  1. การให้ความรู้

    • ครูนำเสนอความหมายของ การปลูกพืชผักสวนครัว หน้ากระดาน
    • แบ่งกลุ่มนักเรียนตามความสมัครใจ กลุ่มละ 5 – 6 คน
    • ครูให้นักเรียนในแต่ละกลุ่มระดมความคิดเพื่อบอกความสำคัญของการปลูกผักสวนครัว
    • นักเรียนสำรวจผักสวนครัวในท้องถิ่น ที่สามารถนำไปปลูกได้ แล้วเขียนสรุปเป็นผังความคิด
    • ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง ความหมายและความสำคัญของการปลูกผักสวนครัว
  2. การเตรียมดินปลูกผักปลอดสารพิษ
    2.1 วิธีการเตรียมดิน การเตรียมดิน หมายถึง การปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการ ปลูกพืชแต่ละชนิด การเตรียมดินนั้นมี 2 อย่าง คือ การเตรียมดินแปลงเพาะเพื่อเพาะกล้า และ การเตรียมดินเพื่อปลูก การเตรียมดินเพื่อเพาะกล้าจะต้องเตรียมดินให้ละเอียดมากกว่า และต้องดูแลมากกว่าการเตรียมดินเพื่อปลูกพืช วิธีการเตรียมดินมีขั้นตอนดังนี้

    • กำจัดวัชพืช โดยเก็บเศษวัสดุต่างๆออกจากหน้าดินให้หมด แล้วใช้จอบถาก หรือมีดฟันหญ้า ถ้าวัชพืชอยู่ลึกต้องใช้เสียมหรือพลั่วมือขุดออก
    • กำหนดพื้นที่ปลูก สำหรับแปลงปลูกผักต้องใช้ไม้ปัก 4 มุม โดยวัดความกว้างยาวได้ตามต้องการ
    • ขุดดินบริเวณที่กำหนดไว้ ถ้าเป็นแปลงผักควรขุดดินลึกประมาณ 15 เซนติเมตร พลิกดินด้านล่างขึ้นมาด้านบน ตากไว้ให้แห้ง 2-3 วัน แล้วจึงย่อยดินให้ขนาดเล็กลง และเก็บเศษวัชพืชที่ยัง ค้างอยู่ในดินออกทิ้ง
    • ตกแต่งร่องให้เป็นรูปทรงตามที่กำหนด พรวนดินอีกครั้ง ถ้าดินเป็นกรดใส่ปูนขาว โรยบางๆผสมคลุกเคล้าพร้อมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ทิ้งไว้อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  3. การปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ

    • เตรียมเมล็ดพันธ์ที่จะลงปลูกให้นักเรียนได้ลงมือทำ
    • ครูให้นักเรียนปลูกผักปลอดสารพิษได้แก่ ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ชะอมมะนาว คะน้า กล้วย โหระพา กระเพรา มะกรูด มะเขือ พริก
    • นักเรียนดูแลรักษาพืชผักที่ปลูก รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย
  4. นักเรียนเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้จากการปลูก นำส่งโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนและเสริมสร้างรายได้แก่นักเรียนและจำหน่ายไปยังตลาดนัดนักเรียน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต
1. นักเรียนปลูกผักสวนครัว 30 คน ครูที่ปรึกษา 2 คน ฝ่ายัฒนาชุมขนเขตสะพานสูง 2 คน 2. ได้ผักสวนครัวปลอดสารพิษในการประกอบอาหารกลางวัน 3. แกนนำนักเรียนได้นำความรู้ในการปลูกพืชสวนครัวไปขยายผลต่อในครอบครัว

ผลลัพธ์

  1. มีสวนครัวปลอดสารพิษสงสหกรณ์โรงเรียนและต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวัน
  2. นักเรียนได้นำความรู้ในการปลูกพืชสวนครัวไปขยายผลต่อในครอบครัว
  3. โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ในการปลูกสวนครัวปลอดสารพิษแก่ชุมชน
  4. นักเรียนได้รับผักที่มีประโยชน์ไม่มีสารปนเปื้อน

9. ทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ ครั้งที่1

วันที่ 10 มิถุนายน 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 107 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 110

กิจกรรมที่ทำ

  1. เจ้าหน้้าท่ีฝ่ายงานรักษาให้ความรู้การทำปุ๋น้ำชีวภาพแก่นักเรียนสายป. 5
  2. อธิบายขั้นตอนการทำ วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้และประโยนช์ของน้ำหมักชีวภาพ
  3. สาธิตการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
  4. นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง
  5. นักเรียนนำน้ำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน
    • เทในลำคลอง
    • ผสมน้ำรดน้ำต้นไม้
    • ล้างส้วม
    • ล้างพื้นโรงอาหาร
    • เทลงท่อระบายน้ำ

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. มีนักเรียนแกนนำในการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจำนวน 100 คน ครูที่ปรึกษา 5 คน ฝ่ายพัฒนาชุมชน เชตสะพานสูง 2 คน
  2. มีปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพใช้ทำความสะอาดแทนน้ำยาสารเคมี

ผลลัพธ์

  1. นักเรียนได้รับความรู้ถงประโบนช์และขั้นตอนในการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
  2. ได้ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพแทนน้ำยาท่ีผลมสารเคมี
  3. นำไปเทในลำคลองทำให้น้ำในลำคลองใสขึ้นและเพิ่ออกซิเจนในน้ำ
  4. ใช้รดผลสมน้ำรดน้ำต้นไม้ทำให้ต้นไม้เจริญงอกงามดี
  5. น้ำไปล้างพื้นโรงอาหาร ล้างส้วม ล้างท่อระบายน้ำสะอาดดีไม่มีกลิ่นเหม็น
  6. นำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้

10. การปลูกมะนาวในวงซีเมนท์

วันที่ 13 มิถุนายน 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 34 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 34

กิจกรรมที่ทำ

  1. ศึกษาวิธีการปลูกมะนาวในวงซีเมนท์

    • เจ้าหน้าท่ีฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตสะพานสูงให้ความรู้การปลูกมะนาว
    • พันธุ์มะนาว
    • วิธีการปลูกมะนาว
    • โรคที่เกี่่ยวกับมะนาว
    • การดูแลรักษาต้นมะนาว
  2. สอบถามราคาต้นมะนาวตามร้านค้า

  3. ซื้อต้นพันธ์มะนาว
  4. ซื้อวงซีเมนท์พร้อมฝาซีเมนท์
  5. ซื้อดินผสมในการปลูต้นมะนาว
  6. แบ่งนักเรียนช่วยกันปลูกต้นมะนาวและดูแลบำรุงรักษา 7.นำผลผลิตมะนาวส่งสหกรณ์โรงเรียนเพื่อจำหน่ายให้แก่โครงการอาหารกลางวัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูง 2 คน ให้ความรู้การปลูกมะนาว
  2. นักเรียน 30 คนรับผิดชอบดูแล รดน้ำ พรวนดิน ซึ่งมีครู 2 คนเป็นที่ปรึกษา

ผลลพธ์

  1. นักเรียนได้รับความรู้วิธีการปลูกมะนาวในวงซีเมนท์
  2. ได้ผลผลิตมะนาวส่งขายสหกรณ์โรงเรียนส่งต่อยอดสู่โครงการอาหารกลางวัน
  3. เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
  4. นำความรู้ท่ีได้รับจากโรงเรียนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

11. ซ่อมแซมศูนย์การเรียนรู้เศรฐกิจพอเพียง

วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 4 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 24

กิจกรรมที่ทำ

  1. ครูและนักการภารโรงซ่อมแซมศูนย์การเรียนรู้เศรฐกิจพอเพียงดังนี้
    • ซ่อมแซมหลังคา
    • ซ่อมแซมพื้น
    • ปรับภูมิทัศน์ศูนย์การเรียนรู้เศรฐกิจพอเพียงโดยงานฝ่ายรักษา เขตสะพานสูง
    • จัดทำป้ายไวนิวฐานการเรียนรู้
  2. จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์จากร้านค้าในชุมชน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

1.  ครูและนักการภารโรงทำการสร้างและซ่อมแซมศูนย์การเรียนรู้เศรฐกิจพอเพียง 2.  ครู นักการภารและฝ่ายรักษา เขตสะพานสูงช่วยปรับภูมิทัศน์ศูนย์การเรียนรู้เศรฐกิจพอเพียง 3.  มีฐานการเรียน 8 ฐาน

ผลลัพธ์ 1. นักเรียนศึกษาค้นคว้าเรียนรู้จากฐานการเรียนรู้ต่าง ๆ 2. เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของนักเรียนและชุมชน

12. การเลี้ยงไก่ไข่ ครั้งที่1

วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 34 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 34

กิจกรรมที่ทำ

  1. เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูงให้ความรู้คำแนะนำวิธีการเลี้ยงไก่ไข่แก่นักเรียนแกนนำดังนี้
    • ไก่พันธุ์แท้ เป็นไก่ที่ได้รับการคัดเลือกและผสมพันธุ์มาเป็นอย่างดี จนลูกหลานในรุ่นต่อๆ มามีลักษณะรูปร่าง ขนาด สี และอื่นๆ เหมือนบรรพบุรุษไก่พันธุ์แท้ยกตัวอย่าง ไก่พันธุ์แท้ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ โร๊ดไอส์แลนด์แดง บาร์พลีมัทร็อค เล็กฮอร์นขาวหงอนจักร
    • ไก่พันธุ์ผสม ฟังดูอาจจะดูเป็นไก่ไม่ดี แต่ที่จริงแล้วเป็นไก่ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างไก่พันธุ์แท้ 2 พันธุ์ โดยมีจุดประสงค์ให้ลูกไก่ได้ข้อดีของพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ เช่น ไข่ดก ทนทานโรค เป็นต้น ยกตัวอย่างไก่ผสมที่เป็นที่็นิยมก็คือ ไก่ไฮบรีด อุปกรณ์ในการเลี้ยงไก่ไข่

ส่วนนี้เป็นสิ่งจำเป็นมากในการเลี้ยงไก่ไข่ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานอย่างเช่น ถาดหรือรางอาหาร รางน้ำ และอุปกรณ์ที่พิเศษขึ้นมาก็ยกตัวอย่าง เช่น

  • อุปกรณ์การให้อาหาร มีหลายแบบ เช่น ถาดอาหาร รางอาหาร ถังอาหาร เป็นต้น
  • อุปกรณ์ให้น้ำ มีหลายแบบขึ้นอยู่กับอายุไก่ เช่น แบบรางยาว แบบขวดมีฝาครอบ
  • เครื่องกกลูกไก่ ทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแทนแม่ไก่ในตอนที่ลูกไก่ยังเล็กอยู่
  • รังไข่ โดยปกติรังไข่จะควรมีความมืดพอสมควร และมีอุณหภูมิที่เย็น ซึ่งถ้าหากเลี้ยงแบบโรงเรือนก็จะเป็นรางที่ควรทำความสะอาดง่าย หรือถ้าใครเลี้ยงแบบปล่อย ก็ควรมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการออกไข่ อย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น
  • วัสดุรองพื้น จำพวก ฟางข้าว ซังข้าวโพด แกลบ เป็นต้น เพื่อความสะอาดและความสบายของตัวไก่
  • อุปกรณ์การให้แสง ทั้งแสงจากธรรมชาติ และแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์
  1. อาหารของไก่ไข่ ส่วนประกอบของสารอาหารที่จำเป็นต่อไก่ไข่ ก็ไม่ได้ต่างจากมนุษย์มากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ วัตถุดิบที่นำมาใช้จะต้องเหมาะสมทั้งในเรื่องของ ราคา ปริมาณ และคุณภาพของสารอาหารที่ให้ โดยทางทีมงานอีสานร้อยแปด จะแบ่งให้ทุกคนดูง่ายๆ เป็น สารอาหาร 6 ประเภทใหญ่ๆ

    • โปรตีน ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโตซ่อมแซมรักษา ในอาหารไก่ไข่ควรจะมีโปรตีนประมาณ13-19%
    • คาร์โบไฮเดรต มีหน้าที่ให้พลังงาน ให้ความอบอุ่น และเพื่อนำไปใช้ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรจะมีอยู่ในอาหารไก่ไข่ประมาณ38-61%
    • น้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ช่วยในการย่อย การดูดซึม รักษาอุณหภูมิในร่างกาย และช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย
    • ไขมัน มีหน้าทีให้ความอบอุ่นและพลังงานแก่ร่างกาย แต่ไม่ควรมากเกินไป
    • วิตามิน ช่วยให้ไก่มีความต้านทานโรค และบำรุงระบบประสาท
    • แร่ธาตุ ช่วยในการสร้างโครงกระดูก สร้างเลือด สร้างเปลือกไข่
  2. ชนิดของอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่ไข่

    • อาหารผสม เป็นอาหารผสมจากวัตถุดิบที่บดละเอียดแล้วหลายๆ อย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน สามารถนำไปเลี้ยงไก่ได้ทันที
    • หัวอาหาร เป็นอาหารเข้มข้นที่ผสมจากวัตถุดิบพวกโปรตีนจากพืช สัตว์ ไวตามิน แร่ธาตุ และยาต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมและลดต้นทุนค่าอาหาร
    • อาหารอัดเม็ด เป็นอาหารสำเร็จรูปมีให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับอายุของไก่
    • อาหารเสริม เป็นอาหารที่นำไปเสริมเพื่อเพิ่มสารอาหารด้านต่าง ๆ ที่ยังขาด เพื่อให้ไก่ได้รับสารอาหารครบถ้วน
  3. โรงเรือนในการเลี้ยงไก่ไข่

    • ป้องกันแดด ลม และฝนได้
    • แข็งแรง ทนทาน ป้องกัน นก หนู แมว หรือสุนัขได้
    • ทำความสะอาดได้ง่าย
    • ห่างจากชุมชน และอยู่ใต้ลมของบ้าน เพราะจะได้ไม่มีกลิ่นรบกวน
    • ใช้วัสดุที่หาง่าย ราคาถูก
    • ถ้าสร้างหลายหลังควรมีระยะห่างมากกว่า 10 เมตร เพื่อให้ระบายอากาศได้ดีและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
  4. แบบโรงเรือนในการเลี้ยงไก่ไข่ ลักษณะของโรงเรือนไก่ไข่จะมีหลายแบบขึ้นอยู่กับงบประมาณ วัสดุ ความยากง่ายในการสร้าง รูปแบบของโรงเรือนไก่ไข่มีดังนี้

    • แบบเพิงหมาแหงน แบบนี้จะสร้างง่าย ลงทุนน้อย แต่จะมีข้อเสียคือฝนอาจจะสาดเข้าทางด้านหน้าได้ง่าย และมีความแข็งแรงน้อย
    • แบบหน้าจั่วชั้นเดียว ข้อดีคือแข็งแรงกว่าแบบเพิงหมาแหงน สามารถป้องกันแดด ลม ฝนได้ดีกว่า แต่จะมีค่าวัสดุ อุปกรณ์ และค่าก่อสร้างมากกว่าแบบเพิงหมาแหงน เพราะรูปแบบมีความซับซ้อนมากกว่า
    • แบบหน้าจั่วสองชั้น แบบนี้จะคล้าย ๆ กับหน้าจั่วชั้นเดียว แต่จะต่างกันตรงที่มีหน้าจั่วชั้นที่ 2 เพิ่งขึ้นมาเพื่อช่วยระบายอากาศ ทำให้แบบนี้จะระบายความร้อนได้ดีและเย็นกว่าแบบหน้าจั่วชั้นเดียว แต่ก็จะมีค่าก่อสร้างแพงกว่าหน้าจั่วชั้นเดียว
    • แบบหน้าจั่วกลาย คล้ายเพิงหมาแหงน แต่สามารถกันฝนได้ดีกว่า และมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมากกว่าเพิงหมาแหงน
    • แบบเพิงหมาแหงนกลาย แบบนี้จะมีกว่าเพิงหมาแหงนและแบบหน้าจั่ว เพราะมีการระบายอากาศ และกันฝน กันแดดได้ดีกว่า แต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าแบบหน้าจั่ว
  5. ปรับปรุงซ่อมโรงเรือนเลี้ยงไก่โดยการทำความสะอาดโรงเรือน กวาดขี้ไก่ และโรยแกลบชุดใหม่

  6. สอบถามราคาพันธ์ไก่ไข่ อุปกรณ์เลี้ยงไก่ไข่ และอาหารไก่ไข่ตามร้านค้า
  7. ซื้อพันธุ์ไก่ไข่ จำนวน 25 ตัว ตัวละ200บาท
  8. ซื้ออุปกรณ์เลี้ยงไก่ไข่จากร้านค้าในชุมชน
  9. ซื้ออาหารไก่ไข่จากร้านค้าในชุมชน
  10. นำผลผลิตไข่ไก่สงสหกรณ์โรงเรียนเพื่่อจำหน่ายให้กับโครงการอาหารกลางวัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูง 2 คนให้คำแนะนำวิธีการเลี้ยงไก่ไข่แก่นัเรียนแกนนำ
  2. โรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่ 25  โดยมีผลผลิตจากไก่ไข่ ทุกวัน 25 ฟอง
  3. มีนักเรียนเลี้ยงไก่ไข่  30 คน มีครูที่ปรึกษา 2 คน

ผลลัพธ์

  1. นักเรียนมีไข่ไก่ รับประทานในโครงการอาหารกลางวัน
  2. นักเรียนได้ประสบการณ์จริง ในการปฏิบัติกิจกรรม
  3. นักเรียนมีความรู้ในเรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4  โรงเรียนมีการบูรณาการ การเรียนการสอนในกิจกรรม ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้

13. การเพาะเห็ดนางฟ้า

วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 34 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 34

กิจกรรมที่ทำ

  1. เจ้าหน้าท่ีฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูง ให้ความรู้ คำแนะนำศึกษาวิธีการเพาะเห็นนางฟ้าดังนี้

    • ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ดการวางก้อนเชื้อในลักษณะแนวนอนโดยวางเรียงต่อกันเป็นแนวและวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ
    • การเปิดดอก โดยเปิดจุกและสำลีจากคอขวดออกและพับปากถุงให้เหมือนเดิมกับตอนที่ยังมีจุกคอขวดอยู่เพื่อจะทำให้เก็บดอกเห็ดได้ง่าย
    • การรดน้ำ ควรพ่นให้ผิวหน้าของก้อนเชื้อชื้นก็พอ เพราะจะทำให้ก้อนเชื้อมีเชื้อราจะเน่าเสียเร็ว การรดน้ำประมาณวันละ 3-4 ครั้งแล้วแต่สภาพอากาศ
    • การเก็บดอกเห็ดและการทำความสะอาดหน้าก้อนเห็ด เมื่อเห็ดออกดอกและบานจนได้ขนาดที่ต้องการแล้วเก็บดอกโดยจับที่โคนดอกทั้งช่อโยกซ้ายขวาบนล่างแล้วดึงออกจากถุงเห็ด ระวังอย่าให้ถุงเห็ดบาน ถ้าโคนเห็ดขาดอยู่ให้แคะออกเพื่อป้องกันการเน่าเสีย การทำความสะอาดก้อนเชื้อทำได้โดยเขี่ยเศษเห็ดที่ติดอยู่ข้างในถุงออกให้หมด และงดให้น้ำ 3 วันถ้าก้อนเห็ดมีเชื้อราให้นำออกทันที
  2. เจ้าหน้าท่ีฝ่ายพัฒนาชุมชน เขตสะพานสูงสาธิต นักเรียนลงปฏิบัติจริง

  3. สำรวจราคาพันธุ์เห็ดนางฟ้าตามร้านค้า
  4. ซื้้อพันธุ์เห็นางฟ้า
  5. แบ่งกลุ่มนักเรียนรับผิดชอบในการเพาะเห็ดนางฟ้าและดูแลบำรุงรักษา 6.นำผลผลิตเห็ดนางฟ้าส่งสหกรณ์โรงเรียน เพื่อจำหน่ายให้แก่โครงการอาหารกลางวัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. นักเรียนจำนวน 30 คน มีความรู้ มีทักษะในการเพาะเห็ดนางฟ้า
  2. นักเรียนจำนวน 30 คน นำความรู้และทักษะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
  3. นักเรียนแกนนำจำนวน 30 คน ขยายผลความรู้แก่เพื่อนนักเรียนในเรื่องการเพาะเห็ดนางฟ้าได้

ผลผลัพธ์

  1. โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้การเพาะเห็ดนางฟ้าให้กับโรงเรียน และชุมชน
  2. โรงเรียนมีผลผลิตเห็ดนางฟ้านำไปใช้ประกอบอารหารในโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทั้งโรงเรียน
  3. โรงเรียนสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการการเพาะเห็ดนางฟ้าเข้ากับวิชาเรียนเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพฯ และจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนทุกระดับชั้น
  4. นักเรียนมีทักษะชีวิตและทักษะการทำงานร่วมกัน

14. การอบรมทำดอกไม้พลาสติกและยาดมสมุนไพร

วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 112 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 43

กิจกรรมที่ทำ

  1. เชิญวิทยากรบรรยาย
  2. นักเรียนสายชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 เข้าฟังบรรยาย
  3. แบ่งกลุ่มนักเรียนร่วมกิจกรรมปฏิบัติจริงโดยมีครูเป็นพ่ีเลี้ยงคอยให้คำแนะนำ
  4. ผลผลิตเข้าสหกรณ์เพื่อจำหน่าย

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. นักเรียนจำนวน 30 เข้าอบรมการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน
  2. วิทยากร 2 คนให้ความรู้ ทำดอกไม้พลาสติก และยาดมสมุนไพร


    ผลลัพธ์

  3. นักเรียนได้รัยความรู้ในการทำบัญชีในครัวเรือน

  4. นักเรียนได้รับความรู้ในการทำดอกไม้พลาสติก และยาดมสมุนไพร
  5. เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ต่อครอบครัว 

15. การบันทึกสุขภาพ

วันที่ 3 สิงหาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 157 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 860

กิจกรรมที่ทำ

  1. ชั่งนำหนัก-วัดส่วนสูงนักเรียนทุกคนบันทึกในสมุดบันทึกน้ำหนัก-วัดส่วนสูงภาคเรียนละ 2 ครั้ง
  2. นำข้อมูลน้ำหนัก-ส่วนสูงไปวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย
  3. บันทึกรายชื่อนักเรียนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน(ผอม)
  4. นักเรียนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน(ผอม)ทำกิจกรรมเด็กไทยไร้พุง
  5. ให้ความรู้ผู้ปกครอง นักเรียนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน(ผอม)ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต ปีการศึกษา 2559 ภาคเรียนที่ 2 เมื่อเปรียบเทียบ ปรากฎว่า 1. เตี้ย ลดลง 0.22
2. ผอม ลดลง 0.71 3. อ้วน  เพิ่มขึ้น 1.23 4. อ้วน-เริ่มอ้วน เพิ่มขึ้น 1.37

ผลลัพธ์ 1. ได้รับทราบจำนวนนักเรียนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน(ผอม) 2. นักเรียนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน(ผอม)ได้รับการช่วยเหลือเข้าร่วมกิจกรรมเด็กไทยไร้พุงเพื่อให้มีจำนวนลดน้อยลงและมีน้ำได้เกณฑ์มาตรฐาน 3. ผู้ปกครอง และนักเรียนท่ีมีปัญหาภาวะทุพโภชนการได้รับความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัตนในชีวิตประจำวัน การเลือกรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพ

16. ซื้ออุปกรณ์การออกกำลังกาย

วันที่ 3 สิงหาคม 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 51 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 0

กิจกรรมที่ทำ

การทดสอบสมรรถภาพและการออกกำลังกาย

  1. ครูพลศึกษาทดสอบสมรรถภาพนักเรียนปีละ 1ครั้ง
  2. นักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาน้ำหหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน) ออกกำลังกายโดยปั่นจักรลดพุง
  3. นักเรียนที่ภาวโภชนาการน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)ออกกำลังกายก่อนเรียนวิชาพลศึกษา
  4. นักเรียนออกกำลังกายยามเช้าก่อนเข้าเรียนทุกวันพุุธ
  5. พยาบาลศูนย์สาธารสุข 68 สะพานสูงได้ตรวจสุภาพนักเรียนทุกคน
  6. ปรับปรุงห้องพยาบาลให้ได้มาตรฐาน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. ทดสอบสมรรถภาพนักเรียนปีละ 1 ครั้ง
  2. นักเรียนที่มีภาวะโภชนาการน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน)ทำกิจกรรมออกกำลังกายเด็กไทยไร้พุง
  3. พยาบาลศูนย์สาธารสุข 68 สะพานสูงได้ตรวจสุภาพนักเรียนทุกคน
  4. ปรับปรุงห้องพยาบาลให้ได้มาตรฐาน

ผลลัพธ์

  1. นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรงผ่านการทดสอบ
  2. นักเรียนที่มีภาวะโภชนาการน้ำหนักเกินมาตรฐาน (อ้วน) ลดลง
  3. นักเรียนสุขภาพแข็งแรง
  4. ห้องพยาบาลได้มาตรฐาน สวยงาม สะอาดและส่งเสริมความรู้

17. ทำยาล้างมือยากำจัดเหาสมุนไพรมะกรูด

วันที่ 1 กันยายน 2559 เวลา 09:00 น.
ผลผลิตที่ตั้งไว้: 32 ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง: 37

กิจกรรมที่ทำ

  1. ครูประจำชั้นให้ความรู้บูรณการในวิชาสุขศึกษา เรื่องการล้างมือ สุขบัญญัติ 10 ประการ การใช้ช้อนกลาง การแปรงฟัน การอาบน้ำสระผม
  2. ครูตรวจสุขภาพ เล็บ เหาผม ฟันนักเรียน
  3. นักเรียนแกนนำอสม. ทำการตรวจเหา แลใส่ยากำจัดเหา
  4. ครูและนักเรียนแกนนำช่วยกันทำน้ำยาล้างมือและนำยากำจัดเหาสมุนไพรมะกรูด
  5. เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอาชีพ แผนกการตัดผม สำนักงานเขตสะพานสูง ทำการตัดผมให้นักเรียน

ผลผลิต/ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผลผลิต

  1. มีนักเรียนแกนนำจำนวน 10 คน ตรวจเหานักเรียน พยาบาอนามัย จำนวน 5 คนตรวจสุขภาพ ตรวจเหา
  2. เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอาชีพ เขตสะพานสูง จำนวน 20 คน แผนกการตัดผม สำนักงานเขตสะพานสูงร่วมกิจกรรมตัดผมให้นักเรียน
  3. ทำยากำจัดเหาสมุนไพร

ผลลัพธ์

  1. นักเรียนได้รับความรู้จากการเรียนวิชาสุขศึกษานำมาต่อยอดดูแลสุขภาพเพื่่อน ๆ และน้อง ๆได้
  2. ได้ผลิตภัณฑ์น้ำยากจัดเหาสมุนไพรแทนน้ำยากำจัดเหาท่ีผสมสารเคมี
  3. นัเรียนผมสั้นถูกระเบียบของโรงเรียน

* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น


ส่วนที่ 2 ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการและปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินโครงการ

ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการ

การดำเนินงานเมื่อเทียบกับการดำเนินงานทั้งโครงการทั้งหมดทำแล้ว10%20%30%40%50%60%70%80%90%100%
การทำกิจกรรม 37 17                  
การใช้จ่ายงบประมาณ 120,000.00 49,295.00                  
คุณภาพกิจกรรม 68 56                  

ปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานโครงการ (สรุปเป็นข้อ ๆ)

ประเด็นปัญหา/อุปสรรคสาเหตุเพราะแนวทางการแก้ไขของผู้รับทุน

 

 

 

แผนงาน/กิจกรรม ที่จะดำเนินการในงวดต่อไป

  1. ตกแต่งห้องพยาบาล ( 24 พ.ย. 2559 )
  2. การเลี้ยงปลาดุก ครั้งที่2 ( 26 พ.ย. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  3. การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ครั้งที่2 ( 26 พ.ย. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  4. การทำขนมไทยส่งเสริมการขาย ( 26 พ.ย. 2559 )
  5. การประชุมภาคีเครือข่าย ( 28 พ.ย. 2559 )
  6. ทำแผนจัดการเรียนรู้บูรณาการ ( 28 พ.ย. 2559 - 28 ก.พ. 2560 )
  7. การเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ครั้งที่2 ( 30 พ.ย. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  8. การพัฒนาบุคคลากรด้านการส่งเสริมการพัฒนาสุขนิสัยให้นักเรียน ( 1 ธ.ค. 2559 - 28 ก.พ. 2560 )
  9. การเพาะถั่วงอก ครั้งที่2 ( 1 ธ.ค. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  10. การปลูกผักสวนครัว ครั้งที่2 ( 1 ธ.ค. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  11. การเลี้ยงไก่ไข่ ครั้งที่2 ( 1 ธ.ค. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  12. ทำน้ำยาล้างจาน ครั้งที่2 ( 19 ธ.ค. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  13. ทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ ครั้งที่2 ( 23 ธ.ค. 2559 - 30 ธ.ค. 2559 )
  14. ทำยาล้างมือ ยากำจัดเหาสมุนไพรมะกรูด ครั้งที่ 2 ( 2 ม.ค. 2560 - 30 ม.ค. 2560 )
  15. กิจกรรมเด็กไทยไร้พุง ครั้งที่2 ( 2 ม.ค. 2560 - 30 ม.ค. 2560 )
  16. อบรมผู้ปกครองสำหรับนักเรียนที่มีน้ำหนักเกินมาตราฐาน ( 9 ม.ค. 2560 - 30 ม.ค. 2560 )
  17. ติดตามภาวะโภชนาการนักเรียน ( 9 ม.ค. 2560 - 30 ม.ค. 2560 )

(................................)
นายธีระพร ทองสาด
ผู้รับผิดชอบโครงการ